
รายงานข่าวเผยว่า 10 สมาคมผู้ประกอบการเหล็กไทย และเครือข่ายผู้ประกอบการกว่า 500 บริษัท ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมทำหนังสืออีกฉบับถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อขอให้คุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) ข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้เกี่ยวข้องในการพิจารณาร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กข้ออ้อย (มอก.24-25XX) หลังระบุว่ามีพฤติกรรมกดดันและข่มขู่กรรมการผู้พิจารณามาตรฐาน
หนังสือลงนามโดย นายนาวา จันทนสุรคน ประธานกิตติมศักดิ์ กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุว่า การยื่นหนังสือมีขึ้นภายหลังคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) มีมติเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 เห็นชอบให้ร่างมาตรฐาน มอก.24 ฉบับใหม่ กำหนดให้การผลิตเหล็กแท่งสำหรับผลิตเหล็กข้ออ้อยใช้เฉพาะกรรมวิธี Basic Oxygen Furnace (BOF) และ Electric Arc Furnace (EAF) เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า ความปลอดภัยของงานก่อสร้าง และให้สอดคล้องกับมาตรฐานต่างประเทศ
หนังสือระบุว่า ภายหลังการมีมติดังกล่าว สมาคมการค้าผู้ประกอบการหล่อหลอมโลหะด้วยเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF) ได้ส่งหนังสือถึงกรรมการ กมอ. เป็นรายบุคคล โดยมีข้อความที่ผู้ยื่นหนังสือเห็นว่าเป็นการกดดันและข่มขู่การปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากมีการระบุว่า หากการลงมติไม่เป็นไปตามกฎหมาย หน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องอาจต้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
ผู้ยื่นหนังสือเห็นว่า พฤติกรรมดังกล่าวอาจทำให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและข้าราชการเกิดความกังวลหรือหวั่นเกรงในการปฏิบัติหน้าที่ และอาจกระทบต่อความเป็นอิสระของกระบวนการพิจารณามาตรฐาน
ในหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กลุ่ม 10 สมาคมฯ ระบุข้อกังวลต่อการจัดทำร่างมาตรฐาน มอก.24 ไว้ 4 ประเด็น ได้แก่
ประเด็นแรก ระบุว่า ข้อคิดเห็นทางวิชาการของสมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์กไฟฟ้า ซึ่งเสนอให้ตัดกระบวนการผลิตด้วยเตา IF ออกจากร่างมาตรฐาน เนื่องจากเห็นว่ามีข้อจำกัดด้านเทคนิคและความสม่ำเสมอของคุณภาพ ไม่ได้รับการพิจารณาอย่างครบถ้วนในชั้นอนุกรรมการ แม้จะมีการทำหนังสือทักท้วงและขอเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการวิชาการแล้วก็ตาม
ประเด็นที่สอง ระบุว่า กระบวนการสรุปมติของคณะอนุกรรมการวิชาการรายสาขา คณะที่ 84/1 เป็นไปอย่างเร่งรัด โดยอ้างเหตุจำเป็นเร่งด่วน ทั้งที่ยังมีข้อถกเถียงด้านวิชาการ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเลขานุการคณะอนุกรรมการอาจอยู่ภายใต้แรงกดดันบางประการ
ประเด็นที่สาม กลุ่ม 10 สมาคมฯ โต้แย้งข้ออ้างของสมาคมผู้ประกอบการเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF) ที่ระบุว่าการกำหนดมาตรฐานใหม่จะกระทบการแข่งขันและทำให้ราคาเหล็กสูงขึ้น โดยเห็นว่าเป็นการแข่งขันจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า เนื่องจากตัดบางขั้นตอนการผลิตออก และอ้างว่าประเด็นดังกล่าวเคยเกิดขึ้นในประเทศจีนจนมีการยกเลิกการผลิตเหล็กด้วยเตา IF
ประเด็นที่สี่ หนังสือระบุว่า ข้ออ้างว่ามาตรฐานใหม่จะกระทบต่อราคาสินค้าและการจ้างงานไม่มีเหตุผลรองรับ เนื่องจากผู้ผลิตยังสามารถแข่งขันในสินค้าอื่นได้ และสามารถนำเข้าเหล็กแท่ง (Billet) ที่ได้มาตรฐานจากต่างประเทศในช่วงการปรับตัว พร้อมเห็นว่าการยกระดับมาตรฐานจะเป็นแรงผลักดันให้ผู้ผลิตไทยพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตและคุณภาพสินค้าในระยะยาว
หนังสือระบุว่า ร่าง มอก.24 ฉบับใหม่ ช่วยยกระดับข้อกำหนดด้านคุณภาพของเหล็กข้ออ้อยให้สูงกว่ามาตรฐานเดิม ทั้งด้านค่าความต้านแรงดึง การควบคุมสารมลทิน การกำหนดอัตราส่วนคราก การทดสอบความล้า (Fatigue) และกำหนดกรรมวิธีการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานต่างประเทศที่ใช้อ้างอิง
กลุ่ม 10 สมาคมฯ ยังอ้างถึงข้อมูลจากมาตรฐานของญี่ปุ่น จีน อังกฤษ และ ISO รวมทั้งผลการศึกษาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเห็นว่าการกำหนดให้ใช้กรรมวิธี BOF และ EAF จะช่วยยกระดับความปลอดภัยของงานก่อสร้าง และสอดคล้องกับแนวโน้มการผลิตเหล็กคุณภาพสูง
หนังสือยังโต้แย้งข้ออ้างที่ว่า การกำหนดมาตรฐานใหม่จะส่งผลให้ราคาเหล็กสูงขึ้นหรือกระทบการแข่งขัน โดยระบุว่า ผู้ประกอบการยังสามารถแข่งขันในตลาดสินค้าอื่นได้ และผู้ผลิตสามารถจัดหาวัตถุดิบเหล็กแท่งที่ได้มาตรฐานจากตลาดต่างประเทศในช่วงการปรับตัว
นอกจากนี้ ยังเห็นว่าการยกระดับมาตรฐานจะทำให้ผู้ผลิตไทยต้องพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตและวัตถุดิบให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่ ซึ่งจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเหล็กของประเทศในระยะยาว
ท้ายหนังสือ กลุ่ม 10 สมาคมผู้ประกอบการเหล็กไทย ขอให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สนับสนุนและคุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ กมอ. ข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และเลขานุการคณะอนุกรรมการวิชาการรายสาขา คณะที่ 84/1 เพื่อให้การพิจารณาร่างมาตรฐาน มอก.24 เป็นไปบนพื้นฐานของข้อมูลทางวิชาการและประโยชน์สาธารณะ โดยปราศจากแรงกดดันจากกลุ่มผลประโยชน์ พร้อมขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามประเด็นที่ได้เสนอในหนังสือ และป้องปรามพฤติกรรมที่ผู้ยื่นหนังสือระบุว่าเป็นการข่มขู่เจ้าหน้าที่รัฐ